ฟูกป้องกันแผลกดทับจำเป็นไหม? อย่ารอให้เกิดแผลแล้วค่อยเปลี่ยน

Last updated: 18 ส.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฟูกป้องกันแผลกดทับจำเป็นไหม? อย่ารอให้เกิดแผลแล้วค่อยเปลี่ยน

ฟูกป้องกันแผลกดทับจำเป็นไหม? อย่ารอให้เกิดแผลแล้วค่อยเปลี่ยน

เมื่อผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงนานขึ้น สิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญมักเป็นเรื่องของ เตียงผู้ป่วย ราวกันตก หรือการปรับท่านอน แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่สัมผัสกับร่างกายของผู้ใช้งานแทบตลอดทั้งวัน นั่นคือ “ฟูกที่นอน”

ฟูกธรรมดาอาจเพียงพอสำหรับคนทั่วไปที่สามารถพลิกตัว ลุกนั่ง และเปลี่ยนท่าได้อย่างอิสระ แต่สำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวได้น้อย การนอนอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้บริเวณต่าง ๆ ของร่างกายต้องรับแรงกดต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระดูกนูน เช่น หลัง สะโพก ก้นกบ ข้อศอก และส้นเท้า

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ฟูกป้องกันแผลกดทับจึงไม่ควรเป็นอุปกรณ์ที่รอให้เกิดแผลก่อนแล้วจึงค่อยซื้อ แต่ควรพิจารณาตั้งแต่เริ่มมีความเสี่ยง

แผลกดทับไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ป่วยติดเตียง

หลายคนอาจเข้าใจว่าแผลกดทับเป็นปัญหาที่พบเฉพาะในผู้ป่วยติดเตียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวและไม่สามารถเปลี่ยนท่านอนได้อย่างเพียงพอก็อาจมีความเสี่ยงได้เช่นกัน

เช่น ผู้สูงอายุที่อ่อนแรง ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่ต้องพักฟื้นบนเตียงเป็นเวลานาน หรือผู้ที่จำเป็นต้องมีผู้ดูแลช่วยในการพลิกตัวและเปลี่ยนท่า

เมื่อร่างกายถูกกดทับบริเวณเดิมเป็นเวลานาน เนื้อเยื่อบริเวณนั้นอาจได้รับผลกระทบจากแรงกดและแรงเฉือน ดังนั้นการดูแลจึงไม่ได้มีเพียงการพลิกตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกพื้นผิวรองรับร่างกายที่เหมาะสมด้วย

ทำไมฟูกธรรมดาอาจไม่เพียงพอ?

หน้าที่หลักของฟูกทั่วไปคือรองรับร่างกายและสร้างความสบายในการนอน แต่ ฟูกทางการแพทย์สำหรับป้องกันแผลกดทับถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการลดและกระจายแรงกดโดยเฉพาะ

หลักการสำคัญคือทำให้ร่างกายสามารถจมลงในวัสดุอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างร่างกายกับฟูก และช่วยกระจายแรงกดออกไปแทนที่จะกระจุกตัวอยู่เฉพาะจุด

ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องนอนเป็นเวลานาน คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า

“ฟูกนุ่มพอหรือไม่?” 
แต่ควรถามเพิ่มเติมว่า 
“ฟูกสามารถรองรับและกระจายแรงกดของร่างกายได้เหมาะสมหรือไม่?”

ถ้ายังไม่มีแผลกดทับ จำเป็นต้องใช้ฟูกป้องกันหรือไม่?
คำว่า “ป้องกัน” คือหัวใจสำคัญของฟูกประเภทนี้

 

การรอจนผิวหนังเริ่มมีปัญหาหรือเกิดแผลแล้วค่อยเปลี่ยนฟูก อาจหมายความว่าเราเริ่มจัดการหลังจากปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่ผู้ที่ทราบว่าตัวเองหรือคนในครอบครัวต้องนอนบนเตียงเป็นเวลานาน สามารถเลือกพื้นผิวรองรับที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่เริ่มพบว่า ผู้ใช้งาน

  • นอนบนเตียงเป็นเวลานานในแต่ละวัน
  • พลิกตัวหรือเปลี่ยนท่าด้วยตัวเองได้ยาก
  • ต้องให้ผู้ดูแลช่วยเปลี่ยนท่า
  • มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
  • อยู่ในช่วงพักฟื้นและต้องนอนต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • เคยมีประวัติแผลกดทับและต้องการดูแลหลังแผลหาย
  • ควรเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกฟูกที่เหมาะสมมากกว่าการใช้ฟูกทั่วไปเพียงอย่างเดียว

หากต้องการการป้องกันในระดับสูง Devilbiss GRAVIMED Multiflexx คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาฟูกโฟมทางการแพทย์ที่เน้นการป้องกันแผลกดทับในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเสี่ยงสูง Devilbiss GRAVIMED Multiflexx เป็นรุ่นระดับสูงในตระกูล GRAVIMED ที่ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดโดยเฉพาะ

ตามข้อมูลของผู้ผลิต GRAVIMED Multiflexx ออกแบบสำหรับ การป้องกันแผลกดทับตั้งแต่ผู้มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูงมาก (low to extremely high risk) และสามารถใช้เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาแผลกดทับได้ถึง Category 4 โดยควรใช้ร่วมกับการประเมินและการดูแลที่เหมาะสมจากบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ดูแล

จุดนี้ทำให้ Multiflexx แตกต่างจากการเลือกฟูกเพียงเพราะ “นุ่ม” เพราะโครงสร้างภายในได้รับการออกแบบมาเพื่อ Pressure Relief หรือการลดและกระจายแรงกด โดยเฉพาะ

ความแตกต่างอยู่ที่โครงสร้างโฟม 3 ชั้น

หัวใจสำคัญของ GRAVIMED Multiflexx คือโครงสร้างฟูกแบบ 3 Layers ซึ่งโฟมแต่ละชั้นทำหน้าที่แตกต่างกันและทำงานร่วมกันเพื่อรองรับร่างกาย

ชั้นบน – Soft Foam
ชั้นสัมผัสร่างกายเป็นโฟมชนิดนุ่ม ความหนาประมาณ 4 เซนติเมตร ช่วยให้พื้นผิวสามารถรองรับสรีระของผู้ใช้งานได้อย่างนุ่มนวล

ชั้นกลาง – Viscoelastic Special Foam
ถัดลงมาเป็นโฟม Viscoelastic ชนิดพิเศษ ความหนาประมาณ 4 เซนติเมตร
ชั้นนี้มีบทบาทสำคัญในการปรับตัวเข้ากับรูปร่างและช่วยให้ร่างกายจมลงในฟูกอย่างเหมาะสม ส่งผลให้พื้นที่สัมผัสของร่างกายกับฟูกเพิ่มขึ้นและช่วยกระจายแรงกดออกจากบริเวณที่รับน้ำหนักมาก

ชั้นฐาน – Rubex® HR Cold Foam
ฐานด้านล่างเป็นโฟม Rubex® HR Cold Foam ความหนาประมาณ 8 เซนติเมตร ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงและช่วยรองรับน้ำหนักของผู้ใช้งาน

เมื่อนำทั้ง 3 ชั้นมาทำงานร่วมกัน ฟูกจึงมีทั้งความนุ่มในบริเวณสัมผัส การปรับตัวตามสรีระ และฐานที่ช่วยพยุงร่างกาย โดยฟูกมีความหนารวมประมาณ 16 เซนติเมตร

ไม่ใช่ยิ่งนุ่ม ยิ่งป้องกันแผลกดทับได้ดี

หนึ่งในความเข้าใจที่พบบ่อยคือ หากผู้ป่วยต้องนอนนานควรเลือกฟูกที่นุ่มที่สุด

แต่ฟูกป้องกันแผลกดทับที่ดีต้องสร้าง สมดุลระหว่างการกระจายแรงกดและการรองรับร่างกาย

หากฟูกนุ่มเพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีโครงสร้างรองรับที่เหมาะสม อาจไม่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

Multiflexx จึงไม่ได้ใช้โฟมชนิดเดียวทั้งก้อน แต่เลือกใช้โฟม 3 ชั้นที่มีคุณสมบัติต่างกัน เพื่อให้แต่ละชั้นช่วยกันรองรับร่างกายและกระจายแรงกด

รองรับการป้องกันในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก

ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ GRAVIMED แต่ละรุ่นถูกออกแบบให้รองรับระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Drive DeVilbiss ระบุว่า GRAVIMED Multiflexx เหมาะสำหรับการป้องกันในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อแผลกดทับจนถึงระดับ Very High / Extremely High Risk และสนับสนุนการดูแลรักษาแผลกดทับ Category 1–4

จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ไม่ต้องการเลือกเพียงฟูกพื้นฐาน แต่ต้องการฟูกโฟมที่รองรับการดูแลผู้ที่มีความเสี่ยงในระดับสูง

( อย่างไรก็ตาม ฟูกป้องกันแผลกดทับเป็น ส่วนหนึ่งของการป้องกันและการดูแล ไม่ได้ทดแทนการประเมินแผล การเปลี่ยนท่า การดูแลผิวหนัง โภชนาการ หรือแผนการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ )

ไม่ต้องมีระบบปั๊มลม ก็สามารถช่วยกระจายแรงกดได้
อีกหนึ่งข้อดีของ Multiflexx คือเป็น ฟูกโฟมแบบ Static Pressure Redistribution จึงไม่มีปั๊มลม ไม่มีสายลม และไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อให้ระบบฟูกทำงาน

สำหรับการใช้งานที่บ้านจึงค่อนข้างสะดวก เพียงวางฟูกบนเตียงที่มีขนาดเหมาะสมก็สามารถใช้งานได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

// นอกจากนี้ยังไม่มีเสียงจากปั๊มลมรบกวนระหว่างพักผ่อน และไม่ต้องกังวลเรื่องระบบปั๊มหรือสายลมในชีวิตประจำวัน //

ผ้าหุ้มฟูกก็สำคัญไม่แพ้ตัวโฟม

สำหรับผู้ป่วยที่ใช้เวลาอยู่บนเตียงนาน ความสะอาดและการจัดการความชื้นเป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

GRAVIMED Multiflexx มาพร้อม Cover ที่มีคุณสมบัติ กันน้ำแต่ระบายไอความชื้นได้ (waterproof and breathable) มีคุณสมบัติต้านเชื้อราและแบคทีเรีย และสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยวิธีการเช็ดหรือสเปรย์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตได้

"" เหมาะกับลักษณะการใช้งานในกลุ่มผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของพื้นผิวที่นอนเป็นพิเศษ ""

GRAVIMED Multiflexx เหมาะกับใคร?

  • ฟูกรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนอนเป็นเวลานานจากข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้ที่ต้องการป้องกันแผลกดทับในระดับสูง ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ ผู้ที่ต้องมีคนช่วยเปลี่ยนท่านอน และผู้ที่อยู่ในช่วงดูแลต่อเนื่องหลังแผลกดทับหายแล้ว

  • ตัวฟูกรองรับผู้ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 135 กิโลกรัม โดยข้อมูลผู้ผลิตระบุช่วงน้ำหนักผู้ใช้งานประมาณ 20–135 กิโลกรัม

แล้วควรรอให้เกิดแผลก่อนหรือไม่?

หากรู้แล้วว่าผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยต้องนอนบนเตียงเป็นเวลานาน การเริ่มคิดเรื่องฟูกป้องกันแผลกดทับตั้งแต่ ก่อนเกิดแผล ย่อมเป็นแนวทางที่ควรพิจารณามากกว่าการรอให้เกิดปัญหาขึ้นก่อน

เพราะฟูกไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ทำให้ “นอนสบายขึ้น” แต่สำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวได้น้อย ฟูกคือพื้นผิวที่รองรับร่างกายเป็นเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวัน

การเลือกฟูกที่ออกแบบมาเพื่อกระจายแรงกดตั้งแต่ต้น จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนดูแลระยะยาว

Devilbiss GRAVIMED Multiflexx – เมื่อการเลือกฟูกคือส่วนหนึ่งของการป้องกัน

GRAVIMED Multiflexx โดดเด่นด้วยโครงสร้างโฟมทางการแพทย์ 3 ชั้น ความหนารวมประมาณ 16 เซนติเมตร รองรับผู้ใช้งานสูงสุด 135 กิโลกรัม และได้รับการออกแบบสำหรับการป้องกันแผลกดทับในผู้ที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงสูงมาก รวมถึงใช้สนับสนุนการดูแลแผลกดทับได้ถึง Category 4 ตามข้อมูลของผู้ผลิต

จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาฟูกโฟมป้องกันแผลกดทับในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้งานต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน

อย่ารอให้เกิดแผลแล้วจึงเริ่มมองหาฟูกป้องกันแผลกดทับ เพราะการเลือกพื้นผิวที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้การดูแลในวันข้างหน้าง่ายขึ้น

หมายเหตุ: การเลือกฟูกควรพิจารณาร่วมกับระดับความเสี่ยง น้ำหนัก สภาพผิวหนัง ความสามารถในการเปลี่ยนท่า และคำแนะนำจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีแผลกดทับอยู่แล้ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้